วันลอยกระทง
posted on 10 Nov 2011 12:55 by kittipongzaวันลอยกระทง เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของชาวไทย ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติไทย ตามปฏิทินจันทรคติล้านนา "มักจะ" ตกอยู่ในราวเดือนพฤศจิกายน ตามปฏิทินสุริยคติ ประเพณีนี้กำหนดขึ้นเพื่อเป็นการขอขมาต่อพระแม่คงคา บางหลักฐานเชื่อว่าเป็นการบูชารอยพระพุทธบาทที่ริมฝั่งแม่น้ำนัมทามหานที และบางหลักฐานก็ว่าเป็นการบูชาพระอุปคุตอรหันต์หรือพระมหาสาวก สำหรับประเทศไทยประเพณีลอยกระทงได้กำหนดจัดในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่ติดกับแม่น้ำ ลำคลอง หรือ แหล่งน้ำต่าง ๆ ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็จะมีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจแตกต่างกันไป
ในวันลอยกระทง ผู้คนจะพากันทำ "กระทง" จากวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ตบแต่งเป็นรูปคล้ายดอกบัวบาน ปักธูปเทียน และนิยมตัดเล็บ เส้นผม หรือใส่เหรียญกษาปณ์ลงไปในกระทง แล้วนำไปลอยในสายน้ำ (ในพื้นที่ติดทะเล ก็นิยมลอยกระทงริมฝั่งทะเล) เชื่อว่าเป็นการลอยเคราะห์ไป นอกจากนี้ยังเชื่อว่าการลอยกระทง เป็นการบูชาและขอขมาพระแม่คงคาด้วย
เดิมเชื่อกันว่าประเพณีลอยกระทงเริ่มมีมาแต่สมัยสุโขทัย ในรัชสมัยพ่อขุนรามคำแหง โดยมีนางนพมาศหรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์ เป็นผู้ประดิษฐ์กระทงขึ้นครั้งแรก โดยแต่เดิมเรียกว่าพิธีจองเปรียง ที่ลอยเทียนประทีป และนางนพมาศได้นำดอกโคทม ซึ่งเป็นดอกบัวที่บานเฉพาะวันเพ็ญเดือนสิบสองมาใช้ใส่เทียนประทีป[ต้องการอ้างอิง] แต่ปัจจุบันมีหลักฐานว่าไม่น่าจะเก่ากว่าสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยอ้างอิงหลักฐานจากภาพจิตรกรรมการสร้างกระทงแบบต่างๆ ในสมัย
- ภาคเหนือตอนบน นิยมทำโคมลอย เรียกว่า "ลอยโคม" หรือ "ว่าวฮม" หรือ "ว่าวควัน" ทำจากผ้าบางๆ แล้วสุมควันข้างใต้ให้ลอยขึ้นไปในอากาศอย่างบัลลูน ประเพณีของชาวเหนือนี้เรียกว่า ยี่เป็ง หมายถึงการทำบุญในวันเพ็ญเดือนยี่(ซึ่งนับวันตามแบบล้านนา ตรงกับวันเพ็ญเดือนสิบสองในแบบไทย)
- จังหวัดเชียงใหม่ มีประเพณี"ยี่เป็ง"เชียงใหม่ ในทุกๆปีจะมีการจัดงานขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ตระการตา และมีการปล่อยโคมลอยขึ้นเต็มท้องฟ้า
- จังหวัดตาก จะลอยกระทงขนาดเล็กทยอยเรียงรายไปเป็นสาย เรียกว่า "กระทงสาย"
- จังหวัดสุโขทัย ขบวนแห่โคมชักโคมแขวน การเล่นพลุตะไล ไฟพะเนียง
- ภาคอีสาน ในอดีตมีการเรียกประเพณีลอยกระทงในภาคอีสานว่า สิบสองเพ็ง หมายถึงวันเพ็ญเดือนสิบสองซึ่งจะมีเอกลักษณ์แตกต่างกันออกไป เช่น
- จังหวัดร้อยเอ็ด มีชื่องานประเพณีว่า "สมมาน้ำคืนเพ็ง เส็งประทีป" ตามภาษาถิ่นมีความหมายถึงการขอขมาพระแม่คงคา ในคืนวันเพ็ญเดือนสิบสอง การประกวดประทีปโคมไฟและกระทงอันสวยงาม มีการจำลองแห่หัวเมืองสาเกตุนครทั้ง11 หัวเมือง
- จังหวัดสกลนคร ในอดีตจะมีการลอยกระทงจากกาบกล้วย ลักษณะคล้ายกับการทำปราสาทผึ้งโบราณ เรียกงานนี้ว่าเทศกาลลอยพระประทีปพระราชทาน สิบสองเพ็งไทสกล
- จังหวัดนครพนม จะตกแต่งเรือแล้วประดับไฟ เป็นรูปต่างๆ เรียกว่า "ไหลเรือไฟ"โดยเฉพาะที่จังหวัดนครพนมเพราะมีความงดงามและอลังการที่สุดในภาคอีสาน
- ภาคกลาง มีการจัดประเพณีลอยกระทงขึ้นทั่วทุกจังหวัด
- กรุงเทพมหานคร จะมีงานภูเขาทอง เป็นรูปแบบงานวัด เฉลิมฉลองราว 7-10 วัน ก่อนงานลอยกระทง และจบลงในช่วงหลังวันลอยกระทง
- จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีการจัดงานประเพณีลอยกระทงกรุงเก่าขึ้นอย่างยิ่งใหญ่บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ภายในงานมีการจัดแสดงแสง สี เสียง อย่างงดงามตระการตา
- ภาคใต้ อย่างที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ก็มีการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ นอกจากนั้น ในจังหวัดอื่นๆ ก็จะจัดงานวันลอยกระทงด้วยเช่นกัน
นอกจากนี้ในแต่ละท้องถิ่นยังอาจมีประเพณีลอยกระทงที่แตกต่างกันไป และสืบทอดต่อกันเรื่อยมา
ความเชื่อเกี่ยวกับวันลอยกระทง
- เป็นการขอขมาพระแม่คงคา ที่มนุษย์ได้ใช้น้ำ ได้ดื่มกินน้ำ รวมไปถึงการทิ้งสิ่งปฏิกูลต่างๆ ลงในแม่น้ำ
- เป็นการสักการะรอยพระพุทธบาท ที่พระพุทธเจ้าทรงได้ประทับรอยพระบาทไว้หาดทรายแม่น้ำนัมมทานที ในประเทศอินเดีย
- เป็นการลอยความทุกข์ ความโศกรวมถึงโรคภัยต่างๆ ให้ลอยไปกับแม่น้ำ
- ชาวไทยในภาคเหนือมีความเชื่อว่า การลอยกระทงเป็นการบูชาพระอุปคุต ตามตำนานเล่าว่า พระอุปคุตทรงสามารถปราบพระยามารได้
ลอยกระทงน้ำท่วม
ลอยกระทงน้ำท่วม:มองผ่านเลนส์คม โดย... นคร ศรีเพชร
ผ่านพ้นงานประเพณีลอยกระทงไปเมื่อวานนี้ ซึ่งปีนี้ต้องเรียกได้ว่า เป็นเทศกาลที่แปลกที่สุดในชีวิตสำหรับใครหลายคน เพราะน้ำท่วมถึงหน้าบ้าน ยืนตรงบันไดก็ลอยกันได้เลย
แต่คงจะมีน้อยคนนักที่มีอารมณ์สนุกสนานเช่นนั้น เพราะน้ำที่ปริ่มอยู่หน้าบ้านเริ่มส่งกลิ่นเน่าเหม็นกันแล้ว ถ้าจะลอยกระทงอีเอ็มก็น่าจะน่าสนใจกว่า เพราะนอกจากจะช่วยกำจัดน้ำเสียแล้ว ยังไม่เพิ่มขยะให้อุดตันทางเดินน้ำกันอีกด้วย
ปีนี้จุดสนใจจึงอยู่ที่งานเผาเทียน เล่นไฟ ที่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ซึ่งไม่ควรงดเพราะเป็นประเพณีและดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากมาย อย่างน้อยเราควรจะได้เห็นภาพสวยงามของการลอยประทีปลงคงคา สลับกับภาพน้ำขังเหม็นเน่าทุกๆ วันกันบ้าง
ปกติแล้วในบรรดานักร้องลูกทุ่งหมอลำนั้น เทศกาลตักเงินของพวกเขามีอยู่3-4วันหลัก คือ ปีใหม่ สงกรานต์ วันแรงงานและวันลอยกระทง ที่นักร้องจะมีงานกันชุกชุมถึงขนาดต้องปฏิเสธงานกันเลยเพราะการจราจรที่ติดขัด
ปีที่ผ่านๆ มานักร้องโดยเฉพาะหมอลำบางคนรับงานได้ถึง 5-7 แห่ง ยันสว่างคาตา หากมีการวางแผนเส้นทางการรับงานดีๆ และใช้จักรยานยนต์มาเป็นตัวช่วย
แต่ปีนี้นักร้องคนไหนมีงานสักงานก็ถือว่าโชคดีสุดๆ แล้ว มองในแง่ดีบรรดานักร้องจะได้อยู่กับครอบครัวกันบ้างหลังจากที่ทุกเทศกาลได้ปล่อยให้พ่อเฒ่าแม่เฒ่าชะเง้อแลหากันอยู่ตลอดมา
และพอจะมีเวลาช่วยเหลือสังคมกันบ้างเพราะส่วนใหญ่มักจะลืมเลือนกันไปว่า เกิดมาจากประชาชน น่าจะได้มีโอกาสตอบแทนคืนเขาบ้าง โดยใช้ชื่อเสียงของตนเองให้เป็นประโยชน์ เพราะนักร้องบางคนไม่สนใจงานการกุศลเลย พวกนี้ถ้าเจ็บป่วยหรือหมดเนื้อหมดตัวเมื่อไหร่ อย่ามาร้องแรกแหกกระเชอว่า ไม่มีคนดูแลช่วยเหลือ
และเนื่องจากน้ำท่วมบ้านเรา นักร้องหลายคนจึงได้โอกาสเดินทางไปรับงานโชว์ต่างประเทศ ซึ่งตอนนี้ทราบมาว่า แถวยุโรปนักร้องลูกทุ่งหมอลำดาราแทบจะเดินชนกันตาย
ยังไงก็ฝากเตือนด้วยความเป็นห่วงจริงๆ ว่า ได้เงินมาแล้วอย่าไปหลงการพนันกลายเป็นผีเฝ้าบ่อนจนหมดเนื้อหมดตัว เพราะประเทศที่เจริญแล้ว เราสามารถเข้าออกกาสิโนได้ง่ายๆ และมีอยู่แทบทุกเมือง
ล่าสุดไม่กี่วันที่ผ่านมา ได้ข่าวว่านักร้องชื่อโด่งดัง เอ่ยชื่อแล้วคนสามารถฮัมเพลงของเขาได้ ไปโชว์ตัวต่างประเทศแล้วเข้าบ่อนจนหมดกระเป๋าต้องไปหาหยิบยืมเงินคนอื่นกลับมาบ้านเรา
คนที่ทำตัวแบบนี้นอกจากไม่น่าสงสารแล้ว ถ้าบากหน้ามาตีหน้าเศร้าของงานทำหรือความช่วยเหลือ สมควรจะถูกกระทืบซ้ำให้จมธรณีไปเลย
edit @ 10 Nov 2011 13:01:32 by Kittipong
edit @ 10 Nov 2011 13:53:16 by Kittipong







#1 By รับทำเว็บ (110.168.138.120) on 2011-12-08 21:06